ปลูกผักเหลียงเป็นพืชแซมสะตอ ผักเหลียง เป็นไม้ป่าที่ไม่ชอบแสงแดดจัดและความร้อนสูงจากอากาศ มีอายุนานหลายปี ปลูกง่าย เจริญเติบโตได้ดีในสภาพร่มเงา การดูแลรักษาง่าย ไม่มีโรคแมลงรบกวน จึงแน่ใจได้ว่าปลอดสารเคมี พบทั่วไปตามเนินเขาและที่ราบที่มีฝนตกชุก ปริมาณน้ำฝนไม่น้อยกว่า 2,000 มิลลิเมตร ต่อปี ช่วงระยะฝนตกไม่ต่ำกว่า 150 วัน ต่อปี พื้นที่ดังกล่าวอยู่ในจังหวัดระนอง พังงา ชุมพร สุราษฎร์ธานี กระบี่ และตรัง โดยเฉพาะจังหวัดระนองและพังงา ซึ่งมีพื้นที่ป่าที่อุดมสมบูรณ์ มีปริมาณน้ำฝนสูง ความชื้นสูง จึงเหมาะสมที่ต้นผักเหลียงจะงอกงามเจริญเติบโตได้ดีและขยายพันธุ์ได้เองตามธรรมชาติ ประโยชน์ของผักเหลียง ผักเหลียง เป็นผักที่มีรสชาติดี หวาน มันเล็กน้อย ชวนรับประทาน ใครได้ชิมแล้วจะติดใจ มีคุณค่าทางอาหารสูง ปลอดภัยจากสารพิษ ส่วนที่ใช้ประกอบอาหารคือ ยอด ใบอ่อน สามารถนำมาประกอบอาหารได้หลายชนิด เช่น ต้มกะทิ แกงเผ็ด แกงไตปลา แกงเลียง ทำห่อหมก ผัดเผ็ด ผัดไข่ ผัดผักรวม ผัดน้ำมันหอย ฯลฯ ปลูกผักเหลียง แซมในสวนสะตอ จังหวัดระนอง เกษตรกรส่วนใหญ่ปลูกยางพารา ปาล์มน้ำมัน ไม้ผลต่างๆ เกษตรผสมผสาน และพืชเศรษฐกิจประจำถิ่นของชาวใต้นั่นคือ สะตอ ว่ากันว่า สะตอของจังหวัดระนองคุณภาพเยี่ยมที่สุด ฝักใหญ่ เมล็ดโต สวนสะตอของเกษตรกรหลายคนปลูกพืชแซมเพื่อเพิ่มรายได้ให้กับครอบครัว ดังเช่น ครอบครัว คุณประพร-คุณสุกัญญา นันทวิริยานนท์ ที่ปลูกสะตอ ประมาณ 10 ไร่ มีอายุกว่า 15 ปี ให้ผลผลิตปีละไม่น้อย การปลูกผักเหลียงแซมในสวนสะตอ คุณประพร-คุณสุกัญญา บอกว่า สวนสะตอมีพื้นที่ว่างระหว่างต้นระหว่างแถวมาก จึงได้ปลูกผักเหลียงแซมเต็มพื้นที่ โดยปลูกเป็นแถวเป็นแนว (ตามที่เห็นในภาพ) ปลูกผักเหลียงมาแล้วประมาณ 10 ปี ปลูกง่าย เก็บเกี่ยวได้นานปี "ผักเหลียง เป็นพืชที่ปลูกง่าย เติบโตเร็ว ปลูกครั้งเดียวเก็บเกี่ยวได้นานหลายปี เมื่อนานปีการขยายพันธุ์เพิ่มจำนวนต้นเป็นกอมากขึ้น ทำให้เก็บเกี่ยวยอดอ่อนได้มากขึ้น ส่วนการลงทุนน้อย ไม่ต้องใส่ปุ๋ย สามารถเก็บเกี่ยวยอดอ่อนได้ตลอดปี" ผู้ที่สนใจจะไปศึกษาดูงาน การปลูกผักเหลียงแซมในสวนสะตอ ติดต่อได้ที่ คุณประพร-คุณสุกัญญา นันทวิริยานนท์ บ้านเลขที่ 10/3 หมู่ที่ 6 ตำบลราชกรูด อำเภอเมือง จังหวัดระนอง โทร. (09) 195-4155, (01) 077-0011 เกษตรจังหวัดระนองส่งเสริมให้เกษตรกรปลูก คุณชิงชัย เพชรพิรุณ เกษตรจังหวัดระนอง กล่าวว่า ผักเหลียงปลูกง่าย ให้ผลตอบแทนที่คุ้มค่า ปลูกครั้งเดียวเก็บเกี่ยวได้หลายปี โรคแมลงศัตรูมีน้อย ตลาดมีความต้องการมาก เนื่องจากเป็นผักปลอดภัยจากสารพิษ จึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งของเกษตรกรที่จะปลูกแซมในสวนสะตอ ในสวนยางพารา หรือสวนผลไม้ เพื่อไว้บริโภคในครอบครัว ส่วนที่เหลือขายเป็นการเพิ่มรายได้ ลดรายจ่าย และเป็นการขยายโอกาสในด้านการผลิตและการตลาด เพื่อแก้ไขปัญหาความยากจนของเกษตรกรได้อย่างยั่งยืน นอกจากนี้ การปลูกผักเหลียงแซมในสวนสะตอของเกษตรกรระนองจะเป็นช่องทางหรือต้นแบบของการปลูกพืชร่วมที่เกื้อกูลซึ่งกันและกันอย่างสมบูรณ์ อีกทั้งยังเป็นการปรับปรุง บำรุงดินให้กลับฟื้นคืนธรรมชาติอีกครั้ง ดังที่เป็นอยู่ในอดีต

Comment

Comment:

Tweet